สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต



ยกฟ้อง “สารวัตร สน.มักกะสัน” อนาจารเด็กบนโรงพัก

“ไสว ลอบลัด”

สารวัตร สน.มักกะสัน “ไสว ลอบลัด” รอดคุก ศาลยกฟ้องอนาจารเด็ก ม.3 บนโรงพัก เหตุโจทก์เบิกความเลื่อนลอย-ไม่ปรากกหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าตัววอนสังคมให้ความเป็นธรรมหลังรอมา 2 ปี ขณะที่ฝ่ายโจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์
       
       วันนี้ (15 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 910 ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ นายทวีสิน กับนางกุหลาบ (ขอสงวนนามสกุล) และ น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย (บุตรสาว) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นโจทก์ที่ 1-3 ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.ไสว ลอบลัด สารวัตรสืบสวน สน.มักกะสัน (ขณะเกิดเหตุ) เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี, หน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงให้ประทับรับฟ้องไว้ และสืบพยานโจทก์-จำเลยเรื่อยมา
       
       ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า คดีนี้มี น.ส.หนิง โจทก์ที่ 3 ผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อจำเลย ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เมื่อวันที่ 22 ก.พ.48 ว่าถูกนายวิรัช กอวิบูลย์ศักดิ์ศรี บุกเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ที่ 3 ภายในบ้าน ต่อมาในวันรุ่งขึ้นจำเลยได้นัดให้โจทก์ที่ 3 มาพบเพื่อสอบปากคำอีกครั้ง แต่ถูกจำเลยสั่งให้ขึ้นไปตรวจสอบร่องรอยบริเวณห้องน้ำชั้น 3 ของโรงพัก และได้กระทำอนาจารโจทก์ที่ 3 จากนั้นโจทก์ทั้งสามจึงได้นำเรื่องร้องเรียนต่อมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี กล่าวหาว่าถูกจำเลยกระทำอนาจารฯ และยังได้นำเรื่องยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา
       
       คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัย ประการแรกว่า จำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหายจริงหรือไม่ โดยฝ่ายโจทก์มีเพียงโจทก์ที่ 3 ซึ่งเป็นผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความเพียงปากเดียว ส่วนพยานอีก 2 ปาก ซึ่งเป็นบิดาและมารดา เป็นเพียงพยานสนับสนุนที่ผู้เสียหายบอกเล่า แต่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยสั่งให้ขึ้นไปตรวจสอบร่องรอยการถูกข่มขืนในห้องน้ำชั้นที่ 3 แต่เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วจำเลยได้ถอดกางเกงของตัวเองและของผู้เสียหายออก จากนั้นได้นำมือของผู้เสียหายไปกระทำสำเร็จความใคร่ให้จำเลย และใช้นิ้วแหย่เข้าไปอวัยวะเพศของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเบิกความอ้างว่าต้องยอมทำตามจำเลยเพราะกลัวว่าจำเลยจะแกล้งให้แพ้คดีที่แจ้งความไว้ว่าถูกนายวิรัชข่มขืน แต่จากพยานหลักฐานที่เบิกความปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายทราบว่าการที่จำเลยสั่งให้ขึ้นไปเข้าห้องน้ำบนชั้น 3 นั้น ผู้เสียหายย่อมรู้ดีว่าอาจจะถูกจำเลยกระทำมิดีมิร้าย แต่ผู้เสียหายก็ยังยอมทำตามเดินขึ้นไปเข้าห้องน้ำโดยมิได้เดินลงมา อีกทั้งไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือขณะเกิดเหตุ ทั้งที่บนชั้น 3 มีห้องพักของผู้กำกับการอยู่
       
       นอกจากนี้ บนชั้นที่ 2 ยังมีห้องควบคุมขังผู้ต้องหา และห้องวิทยุอีกด้วย หากผู้เสียหายจะร้องขอความช่วยเหลือก็ย่อมจะทำได้ นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเดินลงมาชั้นล่าง โดยมีบิดา-มารดารออยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในฟัง จนกระทั่งอีก 2 วันต่อมาผู้เสียหายจึงได้เล่าเหตุการณ์ว่าถูกจำเลยกระทำอนาจารดังกล่าว ส่วนเงิน 500 บาทที่โจทก์ที่ 3 ซี่งเป็นผู้เสียหายอ้างว่าจำเลยได้มอบให้หลังเกิดเหตุก็เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ
       
       สำหรับการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยแพทย์ได้ตรวจภายในผู้เสียหายไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืน อีกทั้งกางเกงในของผู้เสียหายก็ไม่พบคราบอสุจิของจำเลย และตามฝาผนังห้องน้ำที่เกิดเหตุไม่ปรากฏมีลายนิ้วมือของจำเลย นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเบิกความวกวนในคดีที่ถูกนายวิรัชกระทำอนาจาร โดยเคยเบิกความว่าไม่เคยรู้จักนายวิรัชมาก่อนและถูกผู้ต้องหาบุกเข้าข่มขืน ต่อมากลับเบิกความว่ารู้จักกับนายวิรัชทางอินเทอร์เน็ต และได้ชักชวนให้เข้ามาในบ้านและข่มขืน คำเบิกความของผู้เสียหายกลับไปกลับมา ศาลจึงเห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227/2 จึงไม่มีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
       
       ภายหลัง พ.ต.ท.ไสว (พ.ต.ท.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์) ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ตนรอคอยมานาน 2 ปี เพื่อที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และวันนี้ตนก็รู้สึกดีใจในคำพิพากษาที่ให้ความเป็นธรรม และอยากฝากบอกสังคมและสื่อมวลชนด้วยว่าควรจะมองสิ่งต่างๆ ด้วยความเป็นกลาง เพราะที่ผ่านมาตนเหมือนถูกตัดสินไปแล้วว่าผิด และเมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ตนก็ต้องดำเนินการตามสิทธิ โดยกำลังดำเนินการฟ้องกลับ หลังจากที่ตนและครอบครัวได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มานานมากแล้ว
       
       ขณะที่ นายทวีสิน บิดาของ น.ส.หนิง กล่าวแต่เพียงสั้นๆ ว่า การฟ้องร้องนี้ตนต้องการให้สังคมดี แต่เมื่อศาลพิพากษามาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับในคำพิพากษา แต่รู้สึกเสียใจเพราะน้องได้รับผลกระทบต่อจิตใจทั้งเรื่องเรียน และชีวิตส่วนตัว โดยต้องปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ฝ่ายโจทก์มีเพียงบิดา-มารดา ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 1-2 และย่าของผู้เสียหาย เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ญาติผู้เสียหายต่างมีสีหน้าหม่นหมอง ขณะที่ พ.ต.ท.ไสว กลับมีสีหน้าสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด
       
       สำหรับคดีนี้ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.48 หลังจากที่ได้ไต่สวนมูลฟ้อโจทก์ โดยมีบิดาและมารดาของผู้เสียหาย เป็นพยานขึ้นเบิกความเกี่ยวกับพฤติการณ์ขณะเกิดเหตุ ทั้งนี้คดีดังกล่าวโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 21 มี.ค.48 ระบุว่า วันที่ 23 ก.พ.48 เวลากลางวัน ผู้เสียหายเดินทางไปพบกับจำเลย เพื่อสอบปากคำในคดีที่ผู้เสียหายถูกเพื่อนบ้านบุกเข้าไปทำการข่มขืน ซึ่งระหว่างการสอบปากคำ จำเลยหลอกลวงพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายพาผู้เสียหายไปที่ห้องน้ำชั้น 3 บน สน.มักกะสัน อ้างว่าเพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำชำเราในคดีที่ผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกเพื่อนชายข่มขืน เหตุเกิดที่ สน.มักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ต.ต.ไสว นั้น ภายหลังหลังเกิดเหตุอื้อฉาวผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเมื่อต้นปี 2548 แต่ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบวินัยได้พิจารณาแล้วมีความเห็นให้ไม่มีความผิดจึงให้กลับเข้ารับราชการใหม่ จนล่าสุดได้เลื่อนยศขึ้นเป็นพันตำรวจโท และเปลี่ยนชื่อเป็น พ.ต.ท.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์ พนักงานสอบสวน สบ.2 สน.มักกะสัน
ที่มาผู้จัดการ

โดย : สมภาร | email : | วันที่ : 2007-02-15 14:13:39



ความเห็นที่ 12
ผู้กำกับ สน.มักสัน โครตกร่าง
โดย : 55555 | email : PEESOON@SANOOK.COM | วันที่ : 2011-05-31 14:13:24 | IP : 101.108.52.XX

ความเห็นที่ 11
ผู้กำกับ สน.มักสัน โครตกร่าง
โดย : 55555 | email : PEESOON@SANOOK.COM | วันที่ : 2011-05-31 14:13:17 | IP : 101.108.52.XX

ความเห็นที่ 10
ชุมขนโรงปูนพื้นที่สนมักกะสันยาเสพติด บ่อนไพ่ผูกมากแล้วนะตรับอย่าเพิ่มอีกเลย
โดย : ต้อม | email : | วันที่ : 2011-02-16 16:15:36 | IP : 110.168.95.XX

ความเห็นที่ 9
ยาเสพติดมาก
โดย : ต้อม | email : | วันที่ : 2011-02-16 16:12:05 | IP : 110.168.95.XX

ความเห็นที่ 8
หลังจากเรื่องผ่านมานานประมาร 5-6 ปี ตอนนี้อยู่ในชั้นฎีกา  ร้องขอความยุติธรรมจากศาล  หนูจะโกหกทำไม  ให้ตัวเองและครอบครัวเสียหาย
โดย : ผู้เสียหาย | email : | วันที่ : 2010-12-21 09:13:00 | IP : 58.11.85.XX

ความเห็นที่ 7
ขอสอบถามเป็น CASE STUDY  เรื่องที่ผู้บังคับบัญชาแอบไปมีความสัมพันธ์กับตำรวจหญิง (ผู้ใต้บังคับบัญชาล่ะครับ  อันนี้ต้องดูด้วยหรือเปล่าว่า ทางฝ่ายหญิงจะยินยอม หรือไม่ยินยอม ใช่หรือเปล่าครับ)  สมมุติว่าฝ่ายหญิงยินยอม  แต่ในสถานะของทั่งคู่มีครอบครัวอยู่แล้ว  อย่างนี้ถือว่าผิดหรือเปล่าครับ  เพราะว่าในที่สุด ครอบครัวของฝ่ายหญิงก็แตกแยก โดยสาเหตุมาจากเรื่องดังกล่าว  แต่สุดท้าย ทางฝ่ายหญิงก็ยินยอมที่จะเสียตัว เพื่อแลกกับอะไรหรือเปล่าไม่ทราบได้ (สงสัยจังว่า สามีคงไม่ได้เรื่อง (ปนเตียง) หรือไม่ก็ ผู้หยิงร่านสวาท)
โดย : Mr, Ting | email : | วันที่ : 2010-12-01 12:57:36 | IP : 124.120.210.XX

ความเห็นที่ 6

เป็นกำลังใจให้กับฝ่ายที่ถูกต้องครับ

โดย : haya | email : haya1911@hotmail.com | วันที่ : 2010-11-23 13:42:59 | IP : 124.122.177.XX

ความเห็นที่ 5

คุณตำรวจสน.มักกะสันช่วยตอบประชาชนอย่างผมด้วย

โดย : ประชาชนตัวดำๆๆๆๆๆT T | email : | วันที่ : 2008-04-21 17:36:43 | IP : 124.121.168.XX

ความเห็นที่ 4

ผมถูกจับหมวกกันน๊อกโดยโดนข้อหากระจกเป็นปรอดโดยผมได้สอบถามตำรวจได้บอกว่ากฏหมายออกมาตั้งแต่ปี35แล้วแต่ที่มากวดขันตอนนี้เพราะว่ามีโจรใส่หมวกกันน๊อกเข้าปลนร้านทองบอยทำให้มีการกวดขันมากขึ้นผมคิดว่ามันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุเพราะผมได้ซือหมวกมาอย่างถูกต้องตามกฏหมายหมวกมี มอก.ผมคิดว่าเป็นหมวกที่ปรอดภัยและแส

แดเมืองไทยแรงมากจำเป็นต้องใช้กระจกที่เป็นปรอดหรือมีสีดำเพราะจะทำให้สายตาไม่เสียแต่ตำรวจบอกว่ามันผิดกฏหมายโดยกฏหมายอนุญาติให้ใช้แต่กระจกใส่แต่ตำรวจจราจรยังใส่แวนดำได้เลยเท่าที่ผมสอบถามกับทางตำรวจได้บอกว่าตำรวจจราจรเป็นข้อยกเว้นโดยให้ใส่แวนตาและผ้าปิดจมูกได้ผมก็เข้าใจว่าตำรวจเจอกับควันพิษและแสงแดดที่แรงมากๆๆๆๆๆๆผมเข้าใจตำรวจต้องเจอกับมลภาวะแต่ผมก็ต้องเจอกับแสงแดดที่มันแรงเหมือนกันทำมัยกฏหมายเมืองไทยถึงเป็นอย่างนี้ประชาชนอย่างผมจะทำอยางไรได้ในเมือกฎคือกฎหมายตำรวจทำตามกฏหมายแต่จะยกเรืองดจรปล้นมาพูดไม่ได้เพราะปลาเน้าตัวเดียวมันจะตายทั้งหมดไม่ได้อย่างผู้กองนัดก็เป็นปลาเน้าตัวเดียวของตำรวจผมยังไม่คิดว่าตำรวจจะต้องเลวทั้งหมดเลยนะครับอยากให้เพือนๆๆๆที่ได้เข้ามาอ่านช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับเพราะต้อนที่ผมถูกจับมีคนถูกจับข้อหาหมวกกันน๊อกมีกระจกเป็นสีปรอดหรือสีดำกันหลายคนมากทุกคนไม่เข้าใจว่าโดนจับข้อหาอะไรเพราะไม่เคยรู้ว่ามีกฎหมายบังครับว่ากระจกต้องเป็นสีใส่เท่านั้นอยากให้ตำรวจประชาสัมพันธ์กันให้มากกว่ารี้หรือไปจับที่ต้นเหตุพวกร้านขายมวกกันน๊อกเพราะเข้านำมาขายประชาชนอย่างผมจะรู้ได้อย่างไรว่ามันผิดกฎหมายละครับ(ผมถูกจับที่สน.มักกะสันวันที่15/04/51เวลาประมาน12.00น.บริเวณแยกพระราม9มีรตอ.(ว.)เป็นผู้ควบคุมการจับกุม)T Tคนไทยคนไทยต้องรับกัมประชาชนผู้หน้าสงสาร

โดย : ประชาชนตัวดำๆๆๆๆๆT T | email : | วันที่ : 2008-04-21 17:35:25 | IP : 124.121.168.XX

ความเห็นที่ 3

น้องผู้เสียหายครับ ถ้าน้องบอกศาลซะหน่อยว่าเหตุที่ไม่ร้อง เพราะอะไร เหตุว่ากลัวหรืออะไรก็แล้วแต่ จึงไม่กล้าร้อง และอีกอย่าง ถ้าน้องถูกกระทำจริงน่าจะเอาเสื้อผ้าที่เค้าแตะต้อง ตามกระโปรง กางเกงใน มาดูลายนิ้วมือแฝงก็จบ.

โดย : นักสืบโคโกโร่ | email : | วันที่ : 2007-12-20 15:19:04 | IP : 210.246.158.XX

ความเห็นที่ 2
ไอ้สัดมึงทำได้ไงว่ะ
โดย : ราะเ | email : | วันที่ : 2007-07-21 08:29:10 | IP : 203.113.17.XX

ความเห็นที่ 1
แล้วตกลงว่าเรื่องเป็นยังไงกันแน่
โดย : คนชอบสอด | email : | วันที่ : 2007-02-15 17:43:18 | IP : 58.8.84.XX

ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
หากต้องการส่งต่อให้เพื่อน ทาง MSN กรุณา copy URL นี้ส่งต่อให้เพื่อนได้เลยจ๊ะ
หากคิดว่านี่เป็นสิ่งดี ต้องการส่งต่อให้เพื่อนทาง Email กรุณา คลิกที่นี่ ค่ะ
ช่วย ๆ กันโพสข้อความแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ ที่มาตั้งกระทู้ด้วยนะคะ
จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะ ๆ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง 5 อันดับล่าสุด
    เศรษฐกิจพอเพียง < เอราวัณ >
    บินตรง เชียงใหม่ – ย่างกุ้ง เพียง 8,900- < คุณต้น >
    ฝากประชาสัมพันธ์งานวันเด็ก ปี 2553ค่ะ < laddawan_um >
    เรื่องจริง < โรแมนติก >
    “สสปน.” ผนึกกำลัง “จุฬา” เสริมทัพความเป็นเลิศด้านวิชาการต่อยอดเพิ่มจำนวนงานประชุมนานาชาติ < visage >
    คลิกที่นี่ เพื่อดูกระทู้ทั้งหมด

 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
name
email
 
 
ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@jengsud.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

 

Copyright © 2009 www.jengsud.com All rights reserved.